คู่มือสำหรับมือใหม่หัดเดินป่า เลือกซื้ออุปกรณ์เดินป่าให้ครบ พร้อมเทคนิคจัดการสัมภาระและฝากของเที่ยวเมืองต่อ

การเดินป่าคือการเปิดโลกใบใหม่ที่ท้าทาย แต่ความกังวลใจมักอยู่ที่ “จะเตรียมของอุปกรณ์เดินป่าอย่างไรให้ครบแต่ไม่หนักเกินไป” และ “เมื่อออกจากป่าแล้วจะไปเที่ยวเมืองต่ออย่างไรโดยไม่ต้องแบกเป้ใบยักษ์” บทความนี้ Widing มีคำตอบให้ครบทุกขั้นตอน

สารบัญเนื้อหา

เลือกซื้ออุปกรณ์อย่างไรให้คุ้มค่า อุปกรณ์เดินป่าที่ดีคืออุปกรณ์ที่ช่วยชีวิตและทำให้เราสุขสบาย การลงทุนที่ถูกต้องจะช่วยลดโอกาสบาดเจ็บได้

3 สิ่งสำคัญที่สุด หากมีงบจำกัด ให้ทุ่มกับ 3 สิ่งนี้ก่อน เพราะส่งผลต่อความปลอดภัยและการนอนหลับมากที่สุด

  • รองเท้าเดินป่า อย่าใช้รองเท้าผ้าใบธรรมดา ให้เลือกรองเท้าที่มีดอกยางลึก เพื่อการยึดเกาะ และมีส่วนหัวแข็ง ป้องกันนิ้วเท้าเตะรากไม้ ควรเลือกไซส์ที่ใหญ่กว่าเท้าปกติเล็กน้อยเผื่อเท้าบวมขณะเดิน
  • เป้เดินป่า ขนาดที่เหมาะสำหรับทริปในไทย 3-5 วันคือ 45-60 ลิตร สิ่งสำคัญคือต้องเลือกไซส์เป้ตาม “ความยาวหลัง” ไม่ใช่ความสูงของตัว เพื่อให้สายคาดเอวถ่ายน้ำหนักลงสะโพกได้ถูกต้อง ลดอาการปวดไหล่
  • ชุดเครื่องนอน เต็นท์เหมาะกับพื้นที่ราบและกันแมลงได้ดีกว่าสำหรับมือใหม่ เปลเหมาะกับพื้นที่ลาดชันแต่ต้องใช้คู่กับฟลายชีท สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือแผ่นรองนอน เพราะช่วยกันความเย็นจากพื้นดินและลดความเจ็บจากหินหรือรากไม้ 

เสื้อผ้าและของใช้จำเป็น

  • เสื้อผ้า เน้นผ้าใยสังเคราะห์ที่แห้งไว ระบายอากาศได้ดี ห้ามใส่ยีนส์เด็ดขาด เพราะเนื้อผ้ายีนส์หนักเมื่อเปียกจะเกิดการเสียดสีกับผิวหนัง
  • ไม้เท้า หรือที่เรียกว่า Trekking Pole จะช่วยลดแรงกระแทกที่เข่าได้ถึง 25% และช่วยในการทรงตัว
  • ไฟฉายคาดหัว สำคัญมากสำหรับกิจกรรมกลางคืน 

เทคนิคการจัดกระเป๋า การมีของดีแต่จัดไม่เป็นจะทำให้เป้หนักกว่าความเป็นจริง หลักการจัดเป้เพื่อกระจายน้ำหนัก

  • ด้านล่างสุด ใส่ของน้ำหนักเบาและไม่รีบใช้ เช่น ถุงนอน เสื้อผ้าใส่นอน
  • ตรงกลางติดหลัง ใส่ของที่หนักที่สุด เช่น น้ำดื่ม อาหาร เต็นท์ เพื่อให้จุดศูนย์ถ่วงอยู่ใกล้ตัวที่สุด ช่วยให้ไม่เซ
  • ตรงกลางด้านนอก ของน้ำหนักปานกลาง เช่น เสื้อผ้าสำรอง อุปกรณ์ทำครัว
  • ด้านบนสุด ของที่หยิบใช้บ่อย เช่น เสื้อกันฝน ขนม ชุดปฐมพยาบาล
  • ช่องเสริมต่างๆ ใส่ขวดน้ำ แผนที่ หรือของชิ้นเล็ก

ทำไมการ “ฝากของ” ถึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า เมื่อออกจากป่าสัมภาระอย่างเป้ใบใหญ่ รองเท้าเปื้นโคลน หรือเสื้อผ้าที่ใช้แล้ว มักเป็นอุปสรรคใหญ่ในการเดินเที่ยวห้างหรือคาเฟ่ในเมือง การใช้บริการ “ฝากของ” จึงคุ้มค่าเพราะ

  1. เที่ยวตัวปลิว ไม่ต้องแบกเป้หนัก 10-15 กิโลกรัม เดินช็อปปิ้งหรือเบียดเสียดบนรถไฟฟ้า
  2. บริหารเวลา สามารถเที่ยวได้จนนาทีสุดท้ายก่อนขึ้นเครื่อง โดยไม่ต้องย้อนกลับไปเอากระเป๋าทีโรงแรม
  3. ความปลอดภัย มีระบบดูแลความปลอดภัย ดีกว่าการวางทิ้งไว้ และมีประกันความเสียหายในบางผู้ให้บริการ

ต้องการเที่ยวต่อแต่ไม่อยากแบกของไป สามารถฝากที่ไหนได้บ้าง?

หากคุณมีเวลาเหลือเดินเที่ยวในกรุงเทพฯหรือหัวเมืองใหญ่ มีจุดให้บริการฝากของหลายรูปแบบ

ตู้ล็อกเกอร์อัตโนมัติตามแนวรถไฟฟ้า

Luck Box มีตู้สีเหลืองให้บริการตามสถานี BTS/MRT หลักๆ เช่น จตุจักร พหลโยธิน พระราม 9 และสุขุมวิท เปิด 24 ชั่วโมง 

บริการส่ง-รับฝากสัมภาระ  หากคุณมีแพลนจะไปเที่ยวต่อในเมืองเชียงใหม่ หรือเข้ากรุงเทพฯ แล้วไม่อยากแวะไปเก็บของที่โรงแรม

ในกรุงเทพฯและปริมณฑล มีจุดให้บริการรับฝากของทั้งแบบระยะสั้น(รายชั่วโมง/รายวัน) และระยะยาว(รายเดือน/รายปี) ให้เลือกมากมายตามความต้องการและทำเลที่สะดวก

จุดฝากของระยะสั้น(รายชั่วโมง/รายวัน) เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินช็อปปิ้ง เที่ยวตัวปลิว หรือรอเวลาไปขึ้นเครื่อง

  • จุดฝากของฟรีตามห้างสรรพสินค้า
    • Siam Paragon บริเวณชั้น G โซน Customer Service หน้า Gourmet Market 
    • Mega Bangna เป็นตู้ล็อกเกอร์ฟรีอยู่ชั้นล่างสุด โซน Underground ใกล้บันไดเลื่อนและเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์
  • ตู้ล็อกเกอร์อัตโนมัต(ให้บริการ 24 ชั่วโมง)
    • Lock Box (ตู้สีเหลือง) ตั้งอยู่ตามแนวสถานีรถไฟฟ้า BTS และ MRT หลายแห่ง เช่น หมอชิต จตุจักร พหลโยธิน สุขุมวิท สีลม สามย่าน และพระราม 9 รวมถึงสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์(ประตู 4) แอรืพอร์ตลิงก์มักกะสัง และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ
    • ตู้ล็อกเกิรืศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  ตู้ Locker Service ตั้งอยู่ที่ชั้น B1 ใกล้ห้องน้ำและทางไปลานจอดรถ
    • สามย่านมิตรทาวน์  ตู้สมาร์ทล็อกเกอร์ฝากสัมภาระและหมวกกันน็อกให้บริการที่ชั้น 2 และชั้น G
  • เคาน์เตอร์รับฝากและขนส่งกระเป๋า
    • AIRPORTELs มีสาขาครอบคลุมจุดสำคัญมากที่สุด ได้แก่ สนามบินสุวรรณภูมิ(ชั้นB), สนามบินดอนเมือง(Terminal 2 ชั้น 1), MBK Center( ชั้น 6), Central World(ชั้น1), Terminal 21 อโศก (ชั้น1), ICONSIAM(ชั้น B2), Mixt Chatuchak(ชั้น 2), และโซนเยาวราช(อาคารพิชัยญาติ ชั้น 2)
    • Widing ให้บริการตามสนามบินและศูนย์การค้าเช่นเดียวกับ AIRPORTELs
    • Bellugg มีเคาน์เตอร์ให้บริการรับฝากและส่งกระเป๋าที่สนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง
    • Smile Lugg ให้บริการที่สนามบินสถวรรณภูมิ ชั้น B

จุดฝากของระยะยาว(Self Storage/ห้องเก็บของส่วนตัว) เหมาะสำหรับเก็บสัมภาระจำนวนมาก อุปกรณ์เดินป่าชิ้นใหญ่ หรือสต็อกสินค้า โดยส่วนใหญ่จะให้เช่าเป็นรายสัปดาห์ รายเดือน หรือรายปี มีระบบรักษาความปลอดภัยสูงและบางแห่งสามารถเข้าออกได้ตลอด 24 ชั่วโมง 

  • Widing  บริการรับฝากของแบบรายพื้นที่ ให้บริการเดียวกับ AIRPORTELs 
  • i-Store Self Storage มีทั้งหมด 10 สาขาทั่วกรุงเทพฯ ครอบคลุมทั้งย่านใจกลางเมือง เช่น สีลม สาทร สุขุมวิท 24 หัวลำโพง จตุจักร และบางนา โดยมีห้องแบบควบคุมอุณหภูมิให้บริการ
  • MwSpace Self Storage บริการห้องเก็บของระดับพรีเมียม มีหลายสาขาให้เลือก เช่น สยาม รัชดาภิเษก ลาดพร้าว บางซื่อ พระราม 9 รามอินทรา และกรุงเทพกรีฑา-ศรีนคริรทร์
  • LEO Self Storage ให้บริการทั้งห้องเก็บของและตู้ล็อกเกอร์ ย่านพระราม 3 และไชน่าทาวน์(เยาวราช)
  • REDD Premium Self Storage ตั้งอยู่ย่านพระราม 9 มีทั้งห้องแอร์ ห้องควบคุมความชื้น และห้องแบบ Drive-in
  • JWD Store It!บริการห้องเก็บของครบวงจร มีสาขาทั้งที่สยาม(ซอยจุฬาฯ 16)และพระราม 9
  • Good Move Storage ให้บริการห้องเก็บของและโกดัง ย่านบางบอน 4

ข้อดีของการใช้บริการรับฝากของสำหรับนักท่องเที่ยวระยะยาว

สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางนานๆ หรือ Expats การฝากของไม่ได้เป็นแค่เรื่องความสะดวก แต่เป็นกลยุทธ์การบริหารการจัดการชีวิต

  1. ช่วยให้คุณไม่ต้องเช่าห้องทิ้งไว้เพื่อเก็บของ สามารถย้อนของเข้า Storage แล้วออกเดินทางยาวๆ ได้อย่างอิสระ ประหยัดค่าเช่าที่พักได้มาก
  2. สามารถฝากอุปกรณ์ผิดฤดูกาล เช่น เสื้อกันหนาวหนาๆ หรืออุปกรณ์ปีนเขา แล้วนำเฉพาะของที่จำเป็นสำหรับทริปต่อไปติดตัวไป ช่วยให้เดินทางเบาขึ่น
  3. หากแผนการเดินทางเปลี่ยน หรือต้องย้ายเมือวกะทันหัน การมีของฝากไว้ในที่ปลอดภัยทำให้ คุณเคลื่อนย้ายตัวได้ง่าย ไม่ต้องพะวงกับสมบัติบ้าหอบฟาง
  4. Storage ที่ได้มาตรฐานมีระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมงและการควบคุมสภาพแวดล้อม ช่วยป้องกันความชื้นและเชื้อราที่จะเกิดกับอุปกรณืราคาแพง

การก้าวเข้าสู่โลกของการเดินป่าเริ่มต้นจากการเตรียม “อุปกรณ์” ที่เหมาะสมกับสรีระและเส้นทางโดยเฉพาะรองเท้า เป้ และชุดเครื่องนอน ซึ่งจะช่วยให้คุณปลอดภัยและมีความสุขกับธรรมชาติแต่ความสุขไม่ควรจบแค่ในป่า การจัดการ “สัมภาระ” หลังจบทริปด้วยบริการ รับฝากของ หรือ ส่งกระเป๋า ขะช่วยปลดล็อคให้คุณสามารถท่องเที่ยวในเมืองต่อได้อย่างอิสระหรือหากมีอุปกรณ์มากเกินพื้นที่จัดเก็บ การใช้ Self Storage ก็เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าในการรักษาอุปกรณ์ของคุณให้พร้อมสำหรับทริปต่อไปเสมอ